กาลครั้งนั้น...
ครั้งที่ผู้คนต่างพากันแหงนมอง
มองขึ้นไปบนฟ้า...
มองหาเมฆก้อนนั้น
เมฆที่มีวิมานแสนวิจิตรตระการตา
" บนก้อนเมฆมีวิมานที่งดงาม
ใคร ๆ ต่างก็อยากขึ้นไปเชยชม
เพราะมันอยู่บนนั้น
วิมานที่ใคร ๆ ต่างก็เฝ้าฝัน..."
ชายหนุ่มอาศัยอยู่บนพื้นดิน
เขามีบ้านหลังเล็กและเก่า
มันมีอายุมากกว่าเขาหลายเท่าตัว
ครั้งหนึ่งเขาหว่านเมล็ดถั่วลงบนผืนดิน
หวังจะได้เก็บผลผลิตกินประทังหิว
ทว่าต้นหนึ่งของเมล็ดถั่วที่เขาหว่าน
กลับเติบโต...
โตเกินกว่าต้นถั่วธรรมดาทั่วไป
เมล็ดนั้นไม่ใช่ถั่ววิเศษของแจ็ค
แต่มันกลับเติบโตจนทะลุหายไปในเมฆก้อนใหญ่
ด้วยความอยากรู้
ว่ามันเติบโตสักเพียงไหน
เขาจึงค่อย ๆ ปีนขึ้นไป...
ปีนจนทะลุเมฆก้อนนั้น
ปีนไปจนถึงยอดของต้นถั่ว
ที่นั่น..
เขาพบวิมานที่แสนวิจิตร
มันแตกต่างจากบ้านหลังเล็กและเก่าของเขา
อย่างหาที่เปรียบมิได้
เขานั่งมองวิมานหลังนั้นอย่างชื่นชม
" บนก้อนเมฆมีวิมานที่งดงาม
ใคร ๆ ต่างก็อยากขึ้นไปเชยชม
เพราะมันอยู่บนนั้น
วิมานที่ใคร ๆ ต่างก็เฝ้าฝัน..."
เขาอยู่ที่นั่น
นั่งมองวิมานหลังนั้น
...วันแล้ววันเล่า...
...คืนแล้วคืนเล่า...
แล้วก็พบว่าในความวิจิตรตระการตา
กลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า
เป็นความงดงามที่ไร้ชีวิต
เขาคิดถึงบ้านหลังเล็กบนพื้นดินจับใจ
จึงค่อย ๆ ปีนป่ายลงจากยอดต้น
ปีนทะลุเมฆก้อนเดิม
ป่ายปีนจนลงมาถึงผืนดิน
ทันทีที่เท้าทั้งสองแตะพื้น
เขาก็โค่นถั่วต้นนั้น
ต้นที่ไม่ใช่ถั่ววิเศษของแจ็ค
ต้นที่เติบโตเกินกว่าต้นถั่วธรรมดา
ไม่มีต้นถั่วที่สูงเทียมฟ้าอีกต่อไป
ชายหนุ่มอาศัยอยู่บนพื้นดิน
เก็บผลิตผลจากต้นถั่วธรรมดากิน
ประทังหิวไปวัน ๆ
" บนก้อนเมฆมีวิมานที่งดงาม
ใคร ๆ ต่างก็อยากขึ้นไปเชยชม
เพราะมันอยู่บนนั้น
วิมานที่ใคร ๆ ต่างก็เฝ้าฝัน..."
ฤดูกาลพ้นผ่าน
นานเท่าไรไม่มีใครรู้
เรื่องราวของต้นถั่วที่สูงเทียมเมฆ
ถูกเลื่องลือไปไกล
ใคร ๆ จึงพากันหว่านเมล็ดถั่ว
หวังว่าจะมีสักเมล็ด
เติบโต...
โตเกินกว่าถั่วธรรมดา
ไม่นาน...
โลกทั้งโลกจึงเต็มไปด้วยต้นถั่ว
แต่กลับไม่มีสักต้นที่เติบโต
โตไปจนถึงเมฆก้อนนั้น
ใคร ๆ จึงพากันมาหาเขา
ชายหนุ่มผู้ซึ่งเคยปีนป่ายต้นถั่ว
ปีนป่ายไปจนถึงวิมานบนก้อนเมฆ
ใครเหล่านั้นคาดคั้นถึงวิธีปลูกต้นถั่ว
ปลูกอย่างไรจึงเติบโต
โตเกินกว่าถั่วธรรมดาทั่วไป
เขาตอบเพียงว่า
" ปลูกถั่วให้เป็นถั่ว
ให้เป็นถั่วธรรมดาที่ให้ผลผลิต "
ใครเหล่านั้นจึงจากไปอย่างหัวเสีย
และพากันโกรธแค้นเขา
ที่ไม่แนะนำวิธีปลูกถั่ว
ถั่วที่เติบโตไปจนถึงเมฆก้อนนั้น
" บนก้อนเมฆมีวิมานที่งดงาม
ใคร ๆ ต่างก็อยากขึ้นไปเชยชม
เพราะมันอยู่บนนั้น
วิมานที่ใคร ๆ ต่างก็เฝ้าฝัน..."
ใคร ๆ จึงยังคงหว่านเมล็ดถั่ว
และแหงนหน้ามองฟ้า
มองหาก้อนเมฆ
เมฆที่มีวิมานอยู่บนนั้น
โลกจึงเต็มไปด้วยต้นถั่ว
ต้นถั่วที่ไม่มีใครสนใจผลผลิต
เพราะใคร ๆ ต่างก็เฝ้าฝันถึงก้อนเมฆ
ฝันถึงวิมานที่แสนวิจิตร
และหวังเพียงว่าวันหนึ่ง
ต้นถั่วจะเติบโต
เป็นบันไดให้ป่ายปีน
ปีนไปถึงก้อนเมฆ
ปีนไปถึงวิมานที่เฝ้าฝัน
" ถั่วก็คือถั่ว
ไม่ใช่บันไดให้ปีนป่าย...
บนเมฆก้อนนั้นปลูกอะไรก็ไม่ได้
คงปลูกได้แต่วิมานสวยที่ไร้ชีวิต...
เพราะชีวิตนั้นล้วนเติบโตจากผืนดิน "
ชายหนุ่มรำพันกับตัวเอง
กาลครั้งนั้น...
ครั้งที่โลกทั้งโลก
ถูกปกคลุมด้วยต้นถั่วที่ไม่ใช่ถั่ว
ณ บ้านหลังเล็กและเก่าบนพื้นดิน
ชายหนุ่มกำลังหว่านเมล็ดทานตะวัน
ทว่าต้นหนึ่งของเมล็ดพันธุ์ที่เขาหว่าน
กลับเติบโต...
โตเกินกว่าทานตะวันทั่วไป
มันเติบโตจนทะลุหายไปในเมฆก้อนใหญ่
หากแต่เขาก็ยังคงอาศัยอยู่ที่นั่น
ณ บ้านหลังเล็กหลังนั้น
และไม่เคยคิดจะแหงนมอง
มองขึ้นไปบนฟ้า...
มองหาเมฆก้อนนั้น...
อีกเลย
............
ศุกร์ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๔
ความนึกคิดบนความว่างเปล่าไร้ขอบเขต
ความนึกคิดบนความว่างเปล่าไร้ขอบเขต