กาลครั้งนั้น...
ฉันเคยเล่าเรื่องราว
ของตัวตลกผู้ซ่อนความโศกเศร้า
ไว้ภายใต้หน้ากากยิ้มแฉ่ง
จากวันนั้น
เขายังคงทำหน้าที่ของตัวตลก
แสดงมุขขำขัน
เพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม
เรื่อยมา...
กระทั่งเขามองเห็นเธอ
หญิงสาวที่ยืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชม
ผู้ชมที่หัวเราะไปกับการแสดงของเขา
เธอ...หญิงสาวผู้มีแววตาเศร้า
ยิ่งเขาพยายามแสดงเพื่อให้เธอยิ้ม
เธอกลับยิ่งดูหมองเศร้า
อาจเป็นเพราะเธอ
มองเห็นบางสิ่งภายใต้หน้ากากยิ้มแฉ่ง
มองเห็นคราบน้ำตาของตัวตลก
ทุก ๆ วัน
เธอจะมายืนดูการแสดงของเขาที่นี่
นานวัน...เธอยิ่งดูเศร้าหมอง
เขาทนไม่ได้ที่จะเห็นเธอเป็นทุกข์
เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของเธอ
หลังจากวันนั้น...
ตัวตลกก็หายไป
ไม่มีการแสดง ไม่มีเสียงหัวเราะ...
อีกแล้ว
ผู้ชมยังคงเฝ้ารอการแสดงของตัวตลก
เธอก็เช่นกัน
ทุก ๆ วัน ผู้ชมจะมายืนรอชมการแสดงอยู่ที่นี่
หวังว่าวันหนึ่งตัวตลกจะกลับมา
ไม่มีใครสังเกต
ตัวตลกที่ถอดหน้ากากยิ้มแฉ่งออก
ได้ยืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชม
และเฝ้ามองเธอ
วันแล้ววันเล่า
ความเศร้าค่อยเลือนหาย
เขาคิดว่าวันหนึ่งหากเธอลืมภาพของตัวตลก
ผู้ซ่อนความเศร้าไว้ภายใต้หน้ากากยิ้มแฉ่งไปจนสิ้น
เธอจะกลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง
แม้ว่าจะไม่มีเธอ
ที่เฝ้ารอคอยการแสดงของตัวตลกอีกต่อไป
และวันหนึ่ง
เธอก็หายไป
" นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว
เพราะมันย่อมหมายถึง
จะไม่มีเธอผู้เศร้าหมองอีกต่อไป "
เขาคิดปลอบใจตัวเอง
แต่เขาก็ต้องแปลกใจ
เมื่อผู้ชมรอบ ๆ ตัวเขากลับส่งเสียงหัวเราะครืนใหญ่
ไม่มีตัวตลก ไม่มีการแสดง
แล้วผู้ชมเหล่านั้นตลกขบขันกับสิ่งใด
เมื่อเขามองไปเบื้องหน้า
เขาก็พบว่า
ตัวตลกกลับมาแล้ว
การแสดงเพื่อเรียกเสียงหัวเราะเริ่มขึ้นอีกครั้ง
ผู้ชมต่างปรบมือยินดีและโห่ร้องอย่างมีความสุข
ภายใต้หน้ากากยิ้มแฉ่งของตัวตลก
เขาสังเกตเห็นบางสิ่ง
บางสิ่งซึ่งทำให้เขา
ยืนดูการแสดงนั้น...
ด้วยความขมขื่น

จันทร์ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓
สีน้ำบนกระดาษ ๓๐๐ แกรม
ขนาด ๓๒x๗๒ ซ.ม.