2010/May/03

 

กาลครั้งนั้น...

ฉันเคยเล่าเรื่องราว

ของตัวตลกผู้ซ่อนความโศกเศร้า

ไว้ภายใต้หน้ากากยิ้มแฉ่ง

 

 

จากวันนั้น

เขายังคงทำหน้าที่ของตัวตลก

แสดงมุขขำขัน

เพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม

เรื่อยมา...

 

 

กระทั่งเขามองเห็นเธอ

หญิงสาวที่ยืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชม

ผู้ชมที่หัวเราะไปกับการแสดงของเขา

 

เธอ...หญิงสาวผู้มีแววตาเศร้า

 

 

ยิ่งเขาพยายามแสดงเพื่อให้เธอยิ้ม

เธอกลับยิ่งดูหมองเศร้า

 

อาจเป็นเพราะเธอ

มองเห็นบางสิ่งภายใต้หน้ากากยิ้มแฉ่ง

มองเห็นคราบน้ำตาของตัวตลก

 

 

ทุก ๆ วัน

เธอจะมายืนดูการแสดงของเขาที่นี่

 

นานวัน...เธอยิ่งดูเศร้าหมอง

 

เขาทนไม่ได้ที่จะเห็นเธอเป็นทุกข์

เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของเธอ  

 

 

 

 

 

หลังจากวันนั้น...

ตัวตลกก็หายไป

ไม่มีการแสดง ไม่มีเสียงหัวเราะ...

อีกแล้ว

 

 

ผู้ชมยังคงเฝ้ารอการแสดงของตัวตลก

เธอก็เช่นกัน

 

ทุก ๆ วัน ผู้ชมจะมายืนรอชมการแสดงอยู่ที่นี่

หวังว่าวันหนึ่งตัวตลกจะกลับมา

 

 

ไม่มีใครสังเกต

ตัวตลกที่ถอดหน้ากากยิ้มแฉ่งออก

ได้ยืนปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ชม

และเฝ้ามองเธอ

 

 

วันแล้ววันเล่า

ความเศร้าค่อยเลือนหาย

เขาคิดว่าวันหนึ่งหากเธอลืมภาพของตัวตลก

ผู้ซ่อนความเศร้าไว้ภายใต้หน้ากากยิ้มแฉ่งไปจนสิ้น

เธอจะกลับมามีรอยยิ้มได้อีกครั้ง

 

แม้ว่าจะไม่มีเธอ

ที่เฝ้ารอคอยการแสดงของตัวตลกอีกต่อไป

 

 

 

และวันหนึ่ง

เธอก็หายไป

 

 

" นั่นคือสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว

เพราะมันย่อมหมายถึง

จะไม่มีเธอผู้เศร้าหมองอีกต่อไป "

 

เขาคิดปลอบใจตัวเอง

 

 

แต่เขาก็ต้องแปลกใจ

เมื่อผู้ชมรอบ ๆ ตัวเขากลับส่งเสียงหัวเราะครืนใหญ่

ไม่มีตัวตลก ไม่มีการแสดง

แล้วผู้ชมเหล่านั้นตลกขบขันกับสิ่งใด

 

เมื่อเขามองไปเบื้องหน้า

เขาก็พบว่า

ตัวตลกกลับมาแล้ว

 

 

การแสดงเพื่อเรียกเสียงหัวเราะเริ่มขึ้นอีกครั้ง

ผู้ชมต่างปรบมือยินดีและโห่ร้องอย่างมีความสุข

 

 

ภายใต้หน้ากากยิ้มแฉ่งของตัวตลก

เขาสังเกตเห็นบางสิ่ง

 

 

บางสิ่งซึ่งทำให้เขา

ยืนดูการแสดงนั้น...

ด้วยความขมขื่น 

 

 

 


จันทร์ ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๓
สีน้ำบนกระดาษ ๓๐๐ แกรม
ขนาด ๓๒x๗๒ ซ.ม.