กาลครั้งนั้น เธอเคยถามว่า
ฉันมาทำอะไรกับม้านั่งไม้ที่แสนจะธรรมดาตัวนี้
ฉันตอบว่า
" ฉันมานั่งเฉย ๆ อย่างมีความสุข "
เวลาผ่านไป...
ม้านั่งไม้ตัวเก่ายังคงตั้งอยู่ที่เดิม
แต่ไม่มีฉัน...ไม่มีเธอ
และไม่มีคำถามนั้นอีกแล้ว
ม้านั่งไม้ว่างเปล่า
เพียงเพราะฉันใช้ชีวิตเร่งรีบไปตามโลก
เปล่าเลย...
โลกไม่ได้หมุนเร็วขึ้น
เป็นฉันเองที่เดินเร็วขึ้น
และมีวิถีชีวิตที่วุ่นวายมากขึ้น
เวลามักผ่านไปอย่างรวดเร็วเสมอ
บนความเร่งรีบและวุ่นวาย
จนบางครั้งทำให้ฉันหลงลืมบางอย่าง
บ่อยครั้งฉันคิดทบทวน
ฉันกำลังทำอะไร
อยู่ที่ไหน
บางครั้ง...
ฉันคือความเงียบในเสียงอึกทึก
คือความเชื่องช้าบนความรีบเร่ง
คือความโดดเดี่ยวกลางความพลุกพล่าน
บางคราว...
ฉันคิดถึงคำถามหนึ่ง
เมื่อกาลครั้งนั้น...
ฉันมาทำอะไรกับม้านั่งไม้ที่แสนจะธรรมดาตัวนี้
ม้านั่งที่ฉันเคยนั่งเฉย ๆ อย่างมีความสุข
กาลครั้งนี้
แม้ไม่มีคำถามจากเธอ
แต่ม้านั่งตัวเดิมไม่ได้หายไปไหน
ม้านั่งอาจเก่าไปตามกาล
เช่นเดียวกับฉันที่แก่ไปตามวัย
ในความรีบเร่งและวุ่นวาย
ฉันมีความสุขจริงหรือ
เมื่อฉันทิ้งกายลงบนม้านั่ง
ทุกสิ่งก็ดูเชื่องช้าอีกครั้ง
เปล่าเลย...โลกไม่ได้หมุนช้าลง
หากแต่เป็นใจฉันเองที่เยือกเย็นขึ้น
ชีวิตรอบข้างยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ
ให้ฉันเฝ้ามองและทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา
บนม้านั่งไม้ตัวเดิม
ฉันนั่งเฉย ๆ อย่างมีความสุขอีกครั้ง
ม้านั่งตัวนี้ ยังคงกว้างเกินไป
สำหรับคนเพียงคนเดียว
ถ้าไม่รีบเร่งนัก
เชิญนั่งก่อนสิครับ
" มานั่งเฉย ๆ อย่างมีความสุขด้วยกันอีกครั้ง "


พฤหัสบดี ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒
สีน้ำในสมุดสเก็ต ๑๕๐ แกรม
ขนาด ๑๙x๒๖ ซ.ม.
ยิ้มเขิน ๆ (จะเขินทำไมเนี่ย!!) 555
ชอบอะ